แชร์

สอบ OSCE ไม่ผ่านทำไงดี

อัพเดทล่าสุด: 6 ส.ค. 2026
27 ผู้เข้าชม
สอบosceไม่ผ่านทำไงดี

หากคุณสอบ OSCE (Objective Structured Clinical Examination) ซึ่งเป็นหนึ่งในการประเมินทักษะทางคลินิกในขั้นตอนที่ 3 ของ ศรว. แล้วไม่ผ่าน อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปครับ เพราะระบบการสอบและสถาบันต่าง ๆ มีทางออกและเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณกลับมาแก้ตัวใหม่ได้อย่างมั่นใจ ดังนี้ครับ:

1. โอกาสแก้ตัวในรอบพิเศษ (รอบที่ 5) ของ ศรว.
การจัดสอบรอบพิเศษสำหรับผู้ไม่ผ่าน: ในกระบวนการจัดสอบปกติ 4 รอบของ ศรว. นั้น ทางศูนย์ฯ จะมีการจัดสอบรอบที่ 5 เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้โอกาสสำหรับผู้ที่สอบไม่ผ่านในรอบก่อนหน้า รวมถึงผู้ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบ. ทำให้ผู้สมัครสอบเกือบทุกคนได้รับสิทธิ์ในการสอบแก้ตัวอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อลดการได้เปรียบเสียเปรียบของรอบแรก.
ขั้นตอนการสมัครสอบใหม่: คุณสามารถดำเนินการสมัครสอบแก้ตัวใหม่ผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ www.cmathai.org ได้ทันที.
ค่าธรรมเนียมและช่องทางการชำระเงิน: การสมัครสอบขั้นตอนที่ 3 (OSCE) มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 5,000 บาท (ไม่รวมค่าบริการโอนผ่านธนาคาร 15 บาท). โดยคุณสามารถพิมพ์แบบฟอร์มชำระเงินจากระบบเพื่อไปจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY, เครื่อง ATM/CDM หรือเคาน์เตอร์ของธนาคารไทยพาณิชย์.
2. คะแนนส่วนอื่นที่สอบผ่านแล้วยังไม่หายไป (เก็บสิทธิ์ได้ 3 ปี)
ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด: หากคุณผ่านเกณฑ์การประเมินในหมวดอื่นๆ ของขั้นตอนที่ 3 แล้ว เช่น MEQ (อัตนัยประยุกต์), Long Case หรือ Manual Skills (ทักษะหัตถการ) ผลการสอบในส่วนที่ผ่านเหล่านั้นสามารถเก็บไว้ใช้สิทธิ์ได้นานถึง 3 ปี นับจากวันที่ได้รับการอนุมัติผลการสอบผ่าน. คุณจึงสามารถมุ่งเป้าหมายไปที่การซ่อมเฉพาะพาร์ท OSCE ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลถึงส่วนอื่นครับ.
3. ตัวช่วยติวขยี้จุดบกพร่องเพื่อปิด "จุดตาย"
เนื่องจากการสอบ OSCE ต้องลงมือปฏิบัติจริงภายใต้แรงกดดันและจำกัดเวลา 10 นาทีต่อสถานี โดยเน้นทักษะการซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัย สื่อสาร และหัตถการ. การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยประกบคอยให้คำแนะนำจะช่วยปิดจุดอ่อนได้เร็วขึ้น:

Promedtutor (คอร์สติวเข้ม NL3 Simulation-Based): เน้นการเรียนแบบ Private Class 1 on 1 กับอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง. สถาบันมีการจัดสอบจำลอง Mock OSCE เสมือนจริงครบทุกฐาน เพื่อให้คุ้นเคยกับการสอบจับเวลาจริง พร้อมทั้งให้ Private Feedback รายบุคคล เพื่อชี้เป้าแก้ไขข้อผิดพลาดวิกฤต (Critical Errors) และปรับแต่งบุคลิกภาพขณะสื่อสารกับคนไข้.
MedNinja (คอร์สติวสด OSCE ตัวต่อตัว): เปิดหลักสูตรติวสดทักษะปฏิบัติ OSCE 15 ชั่วโมง (ราคา 27,900 บาท) เพื่อฝึกทักษะการตรวจร่างกาย (Physical Examination), ทักษะการสื่อสารกับคนไข้, กระบวนการคิดทางคลินิก และฝึกหัตถการ 15 ทักษะตามเกณฑ์ ศรว. ร่วมกับแบบจำลองและรับ Feedback จากอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง

ในการสอบ NL2 (วิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก) ซึ่งมีข้อสอบปรนัยทั้งหมด 300 ข้อ โครงสร้างของสัญลักษณ์และสัดส่วนคะแนนจะแบ่งออกเป็น หมวดที่ 1: ภาวะปกติและหลักการดูแลทั่วไป (30 ข้อ) และ หมวดที่ 2: ภาวะผิดปกติจำแนกตามระบบอวัยวะ (270 ข้อ) ซึ่งหากนำระบบของ ศรว. มาประยุกต์และเจาะลึกจัดกลุ่มเข้ากับ "5 วอร์ดหลัก + ER และ Minor Wards" ที่นักศึกษาแพทย์ต้องผ่านการฝึกปฏิบัติงานจริง จะสามารถแบ่งสัดส่วนคะแนนออกได้อย่างชัดเจนดังนี้ครับ:


1. วอร์ดอายุรศาสตร์ (Internal Medicine) — ประมาณ 113 ข้อ
เป็นส่วนที่มีสัดส่วนคะแนนสูงที่สุดในข้อสอบ เนื่องจากครอบคลุมพยาธิสภาพของโรคตามระบบ (Systemic Diseases) ของผู้ใหญ่ทั้งหมด โดยคิดเป็นคะแนนหลักๆ จากกลุ่มโรคดังนี้:

โรคติดเชื้อและโรคปรสิต (Infectious and Parasitic Diseases): 16 ข้อ (กลุ่มรักษาได้ด้วยตนเอง 12 ข้อ, กลุ่มตัดสินใจส่งต่อ 4 ข้อ)
โรคระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ (Genito-urinary System): 15 ข้อ (เน้นวินิจฉัย/รักษาเอง 13 ข้อ, ส่งต่อ 2 ข้อ)
โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (Circulatory System): 14 ข้อ (รักษาเอง 7 ข้อ, วินิจฉัยแยกโรค/ส่งต่อ 7 ข้อ)
โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System): 14 ข้อ (รักษาเอง 12 ข้อ, ส่งต่อ 2 ข้อ)
โรคระบบทางเดินอาหารและตับ (Digestive System): 14 ข้อ (รักษาเอง 12 ข้อ, ส่งต่อ 2 ข้อ)
โรคระบบต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมแทบอลิซึม (Endocrine, Nutritional, Metabolic): 14 ข้อ (รักษาเอง 12 ข้อ, ส่งต่อ 2 ข้อ)
โรคระบบประสาท (Nervous System): 14 ข้อ (รักษาเอง 10 ข้อ, ส่งต่อ 4 ข้อ)
โรคระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน (Blood & Immune Mechanism): 12 ข้อ (รักษาเอง 6 ข้อ, ส่งต่อ 6 ข้อ)
2. วอร์ดศัลยศาสตร์ (Surgery) และเวชศาสตร์ฉุกเฉิน (ER) — ประมาณ 72 ข้อ
เน้นการจัดการภาวะฉุกเฉินและการบาดเจ็บทางร่างกาย ซึ่ง ศรว. ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพื่อความปลอดภัยของคนไข้:

โรคกลุ่มอาการ/ภาวะฉุกเฉินระดับวิกฤต (Emergencies - กลุ่มที่ 1): 50 ข้อ (เน้นวินิจฉัยเบื้องต้นและการบำบัดรักษาทันท่วงที เช่น Shock, Acute Abdomen, CPR)
การบาดเจ็บ สารพิษ และผลจากสาเหตุภายนอก (Injury, Poisoning): 12 ข้อ (รักษาเอง 9 ข้อ, ส่งต่อ 3 ข้อ)
สาเหตุภายนอกของการเจ็บป่วยและการตาย (External Causes): 10 ข้อ (เน้นการประเมินและการรักษา 10 ข้อ)
3. วอร์ดสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา (OB-GYN) — ประมาณ 18 ข้อ
การตั้งครรภ์ การคลอด และระยะหลังคลอด (Pregnancy, Childbirth, and the Puerperium): 18 ข้อ (รักษาทั่วไป/ทำคลอดปกติ 12 ข้อ, วินิจฉัยแยกโรคภาวะแทรกซ้อน/ส่งต่อ 6 ข้อ) (รวมถึงกลุ่มโรคระบบสืบพันธุ์สตรีบางส่วนที่อยู่ในหมวดทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์อีกด้วย)
4. วอร์ดกุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics) — ประมาณ 13 ข้อ
เน้นทักษะการดูแลและวินิจฉัยเด็กตั้งแต่แรกคลอดจนถึงวัยรุ่น:

ภาวะเฉพาะเริ่มเกิดในระยะทารกแรกเกิด/ปริกำเนิด (Perinatal Period): 8 ข้อ (รักษาเอง 5 ข้อ, ส่งต่อ 3 ข้อ)
ความผิดปกติแต่กำเนิดและโครโมโซม (Congenital Malformations & Chromosomal Abnormalities): 5 ข้อ (เน้นวินิจฉัยแยกโรคและส่งต่อรักษา 5 ข้อ) (ไม่รวมโรคตามระบบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยเด็ก และการประเมินพัฒนาการเด็กตามวัยในหมวดที่ 1)
5. วอร์ดศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ (Orthopedics) — ประมาณ 14 ข้อ
โรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Musculoskeletal System & Connective Tissue): 14 ข้อ (รักษาทั่วไป/เข้าเฝือกดึงกระดูก 10 ข้อ, ส่งต่อเคสซับซ้อน 4 ข้อ) (ร่วมกับการประเมินภาวะกระดูกหักจากอุบัติเหตุหรือ Trauma ที่กระจายตัวอยู่ในพาร์ท Injury/Emergencies)

6. กลุ่มวิชาเฉพาะทาง (Minor Wards) — ประมาณ 45 ข้อ
โรคทางจิตเวชและพฤติกรรม (Mental & Behavioral Disorders): 12 ข้อ (วินิจฉัย/รักษาโรคพื้นฐาน 7 ข้อ, ส่งต่อ 5 ข้อ)
โรคตาและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง (จักษุวิทยา - Eye & Adnexa): 7 ข้อ
โรคหู คอ จมูก และปุ่มกระดูกหลังหู (โสต ศอ นาสิก - Ear & Mastoid Process): 7 ข้อ
โรคผิวหนัง (Skin & Subcutaneous Tissue): 7 ข้อ
กลุ่มเนื้องอกและมะเร็งวิทยา (Neoplasm): 7 ข้อ
7. หมวดวิชาเก็บคะแนนง่าย: นิติเวชศาสตร์, จริยธรรม และกฎหมายแพทย์ — 30 ข้อ
อยู่ใน หมวดที่ 1 (ภาวะปกติและหลักการดูแลทั่วไป) ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์สำคัญของนักศึกษาแพทย์ในการดึงคะแนนขึ้น:

การชันสูตรพลิกศพและเก็บวัตถุพยานร่วมกับพนักงานสอบสวน (นิติเวชศาสตร์): 5 ข้อ
เวชจริยศาสตร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม: 5 ข้อ
การตรวจและทำหนังสือรับรองสุขภาพ ใบมรณบัตร ความพิการตามกฎหมาย: 4 ข้อ
การตรวจคัดกรองโรค ตรวจสุขภาพ และออกใบรับรองแพทย์: 4 ข้อ
การประเมินสุขภาพตามวัย (ทารกจนถึงสูงอายุ/ผู้พิการ): 3 ข้อ
ระบาดวิทยาพื้นฐานและสุขภาพชุมชน: 7 ข้อ (4 ข้อ + 3 ข้อ)
สุขภาพและการดูแลครอบครัวเบื้องต้น: 2 ข้อ

ข้อสังเกตเชิงกลยุทธ์: โจทย์ข้อสอบในหมวดที่ 2 (โรคตามระบบ 270 ข้อ) ทั้งหมด จะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มระดับความสามารถ "การบำบัดรักษาได้ด้วยตนเอง (กลุ่มที่ 2)" ถึง 154 ข้อ และ "การบำบัดรักษาภาวะฉุกเฉินทันท่วงที (กลุ่มที่ 1)" อีก 50 ข้อ ซึ่งรวมกันแล้วสูงถึง 204 ข้อ แปลว่าข้อสอบส่วนใหญ่เน้นไปที่ทักษะด้าน Management (การตัดสินใจเลือกยารักษาหรือหัตถการเบื้องต้น) มากกว่าการแค่วินิจฉัยให้ถูกโรคเพียงอย่างเดียวครับ
ตารางแผนการอ่านหนังสือและการติวสอบรายสัปดาห์ สำหรับคอร์สติว NL2 แบบ 50 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตรของสถาบัน ร่วมกับการฝึกทบทวนด้วยตนเอง (Self-Study) ในระยะเวลา 8 สัปดาห์ (ประมาณ 1–2 เดือน) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการจัดระเบียบความคิดก่อนลงสนามสอบจริงครับ


ตารางแผนการติวและการอ่านหนังสือรายสัปดาห์ (8-Week Study Planner)
สัปดาห์ที่ 1–2 | Phase 1: Clinical Approach & Foundation (รวมติว 15 ชั่วโมง)
เป้าหมาย: ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการจำวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มาเป็นกระบวนการคิดวิเคราะห์ทางคลินิก (Clinical Reasoning) และฝึกเทคนิคทำข้อสอบกรณีศึกษา (Scenario)

สัปดาห์ที่ 1 (ชั่วโมงติว: 7 ชั่วโมง | อ่านเอง: 10 ชั่วโมง)หัวข้อหลัก: การฝึกวิเคราะห์โจทย์ Scenario ยาวๆ ภาษาอังกฤษ, เทคนิคการหา Keyword สำคัญ และการวินิจฉัยแยกโรคเบื้องต้น
แผนอ่านเอง: ฝึกทำข้อสอบเก่าวัดระดับพื้นฐานของตัวเองในครั้งแรก เพื่อประเมินหาจุดบกพร่องส่วนตัว (Baseline Assessment) และทบทวนพื้นฐานระเบียบวิธีทางสถิติทางการแพทย์ (Biostatistics)
สัปดาห์ที่ 2 (ชั่วโมงติว: 8 ชั่วโมง | อ่านเอง: 10 ชั่วโมง)หัวข้อหลัก: การทบทวนพยาธิสรีรวิทยา (Pathophysiology) ของกลไกการเกิดโรคสำคัญ และเรียนรู้หลักการจัดลำดับความสำคัญ (Management Priority) ในสภาวะกดดัน
แผนอ่านเอง: เริ่มใช้การ์ดความจำ (เช่น ANKI) สำหรับจดบันทึก Keyword สำคัญเพื่อใช้ดึงข้อมูลความรู้ในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ

สัปดาห์ที่ 3–6 | Phase 2: High-Yield Systemic Blocks (รวมติว 20 ชั่วโมง)
เป้าหมาย: ติวเจาะลึก 5 วอร์ดหลักร่วมกับภาวะฉุกเฉิน (ER) โดยอิงตามน้ำหนักสัดส่วนคะแนนในตารางข้อสอบ (TOS) ของ ศรว. และแนวทางเวชปฏิบัติ CPG ล่าสุด

สัปดาห์ที่ 3 (ชั่วโมงติว: 5 ชั่วโมง | อ่านเอง: 12 ชั่วโมง) — อายุรศาสตร์ (Internal Medicine)หัวข้อหลัก: เน้นกลุ่มโรคตามระบบที่ออกสอบเยอะที่สุด ได้แก่ โรคติดเชื้อและโรคเขตร้อน (16 ข้อ), ระบบไตและทางเดินปัสสาวะ (15 ข้อ), ระบบหัวใจและหลอดเลือด (14 ข้อ) และระบบหายใจ (14 ข้อ)
แผนอ่านเอง: ทบทวนกลไกและการเลือกใช้ยา (Pharmacology Management), แนวทางการวินิจฉัยและแผนการรักษาตามไกด์ไลน์ปัจจุบัน และซ้อมทำโจทย์ระบบอายุรกรรมย้อนหลัง
สัปดาห์ที่ 4 (ชั่วโมงติว: 5 ชั่วโมง | อ่านเอง: 12 ชั่วโมง) — ศัลยศาสตร์ & เวชศาสตร์ฉุกเฉิน (Surgery & ER)หัวข้อหลัก: โรคกลุ่มอาการ/ภาวะฉุกเฉินระดับวิกฤต (Emergencies พาร์ทนี้ออกเยอะถึง 50 ข้อ), การบาดเจ็บและพิษวิทยา (Injury & Poisoning 12 ข้อ) และภาวะวิกฤตทางศัลยกรรม (Acute Abdomen)
แผนอ่านเอง: ทบทวนขั้นตอนการกู้ชีพขั้นสูง (CPR/ALS), ลำดับการประเมินผู้ป่วยอุบัติเหตุ (Trauma Management) และหลักการผ่าตัดเล็กเบื้องต้น
สัปดาห์ที่ 5 (ชั่วโมงติว: 5 ชั่วโมง | อ่านเอง: 12 ชั่วโมง) — สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา & กุมารเวชศาสตร์ (OB-GYN & Pediatrics)หัวข้อหลัก: การตั้งครรภ์ การคลอดปกติ/ผิดปกติ และภาวะแทรกซ้อน (OB 18 ข้อ), ภาวะเฉพาะในทารกแรกเกิด (Newborn 8 ข้อ), ความผิดปกติแต่กำเนิด (5 ข้อ) และการดูแลทั่วไปในเด็ก
แผนอ่านเอง: ฝึกท่องจำสเต็ปพัฒนาการเด็กตามวัย และประเด็นเรื่องวัคซีนพื้นฐานในเด็ก, ทบทวนจังหวะการทำคลอดและการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอด
สัปดาห์ที่ 6 (ชั่วโมงติว: 5 ชั่วโมง | อ่านเอง: 10 ชั่วโมง) — ออร์โธปิดิกส์ & วิชาเฉพาะทาง (Orthopedics & Minor Wards)หัวข้อหลัก: โรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ (Ortho 14 ข้อ), จิตเวชศาสตร์ (Psychiatry 12 ข้อ), โรคตา (7 ข้อ), โรคหู คอ จมูก (7 ข้อ), โรคผิวหนัง (7 ข้อ) และกลุ่มเนื้องอก (7 ข้อ)
แผนอ่านเอง: ฝึกอ่านภาพรังสี (X-ray) ทั่วไปของกระดูกหัก, ทบทวนภาพถ่ายผิวหนังและคีย์เวิร์ดเด่นทางจักษุ/ENT

สัปดาห์ที่ 7 | Phase 3: Specialties, Forensic & Law (รวมติว 10 ชั่วโมง)
เป้าหมาย: เก็บแต้มเต็มจากหมวดวิชาเฉพาะทาง และกฎหมาย/จริยธรรมแพทย์ ซึ่งเป็นพาร์ทที่ออกสอบสม่ำเสมอและทำคะแนนง่าย

สัปดาห์ที่ 7 (ชั่วโมงติว: 10 ชั่วโมง | อ่านเอง: 12 ชั่วโมง)หัวข้อหลัก: การชันสูตรพลิกศพและเก็บวัตถุพยานร่วมกับตำรวจ (นิติเวชศาสตร์ 5 ข้อ), เวชจริยศาสตร์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (5 ข้อ), การออกหนังสือรับรองสุขภาพ/ใบมรณบัตร (4 ข้อ) และการตรวจคัดกรองสุขภาพตามช่วงอายุ (7 ข้อ)
แผนอ่านเอง: ทบทวนเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวชจากคู่มือสากล (เช่น USMLE Step 2) เพื่อแยกแยะกลุ่มโรคให้ขาด, ท่องจำสรุปข้อกฎหมายไทยที่ออกสอบบ่อยและขั้นตอนทางนิติเวช

สัปดาห์ที่ 8 | Phase 4: Simulation Test & Diagnostic Feedback (รวมติว 5 ชั่วโมง)
เป้าหมาย: สรุปบทเรียน ปิดจุดอ่อนสุดท้าย และซ้อมมือเสมือนอยู่ในห้องสอบจริงเพื่อให้พร้อมผ่านในรอบเดียว

สัปดาห์ที่ 8 (ชั่วโมงติว: 5 ชั่วโมง | อ่านเอง: 15 ชั่วโมง)หัวข้อหลัก: การทดสอบเสมือนจริงด้วยระบบ Simulation Test ข้อสอบปรนัย 300 ข้อ, เทคนิคการตัดช้อยส์ตัวเลือกลวง และรับ Private Feedback สรุปผลรายบุคคลจากอาจารย์แพทย์เพื่อแก้จุดตายในแต่ละวอร์ด
แผนอ่านเอง:ช่วงต้นสัปดาห์: ทำข้อสอบเก่าย้อนหลัง 3–5 ปี แบบจับเวลาจริง ทบทวนสรุปย่อหรือคีย์โน้ตเฉพาะส่วนที่มักจะสับสน
1 วันก่อนสอบ: พักผ่อนให้เต็มที่ งดการอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำช่วงกลางคืนเพื่อรักษาสมาธิ
วันสอบจริง: เดินทางไปสนามสอบล่วงหน้า และทำสมาธิให้หัวโล่งพร้อมคิดวิเคราะห์โจทย์ Scenario ตลอดวันครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
medical-license-exam-part-1-update
อัปเดตตารางข้อสอบ ศรว. ระบบใหม่ (มีผลปี 2570) รวมสอบส่วนที่ 1 จำนวน 250 ข้อ เจาะลึกสัดส่วนข้อสอบและเทคนิคเตรียมตัวให้พร้อมก่อนใคร โดย PromedTutor
7 ส.ค. 2026
ติวสอบ NL1 แบบ Private 1-1 กับแพทย์เฉพาะทางที่ PromedTutor
สอบ NL1 ไม่ผ่านไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย! เจาะลึกสาเหตุและสเตปเตรียมสอบ ศรว. ขั้นที่ 1 ใหม่ให้ผ่าน พร้อมเทคนิค Backward Reasoning สำหรับ นศพ. โดย PromedTutor
4 ส.ค. 2026
ติวสอบ ศรว. (NL) ทุกขั้นตอนNL1 NL2 NL3 และ OSCE
รวมเทคนิคสอบmeq และวิธีเตรียมสอบmeq อย่างเข้มข้นสำหรับ นศพ. พร้อมเจาะลึกข้อสอบ ศรว. ทุกระดับ ตั้งแต่ NL1, NL2 จนถึง NL3 โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก PromedTutor
4 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy